ตราพระสิงห์มูลนิธิ

พระสิงห์ ๑ (พระพุทธสิหิงค์) กลางวงกลม ระหว่างวงกลมสองวงซ้อนกันข้างบนเป็นชื่อ " พระสิงห์มูลนิธิ " ตรงกลาง ซ้าย เป็น อักษร ช ในกรอบสี่เหลี่ยมเปียกปูน คือ "เชียง" ด้านขวาเป็นอักษร ม. คือ "ใหม่" ข้างล่าง เขียนว่า "ใบอนุญาต เลขที่ ต. ๒๔๐/๒๔๘๙" (ต.240/2489)

วัตถุประสงค์การก่อตั้งพระสิงห์มูลนิธิ

  1. เพื่อการศาสนาศึกษา
  2. เพื่อเป็นค่าภัตตาหาร พระภิกษุสามเณร
  3. เพื่อบูรณะก่อสร้าง เสนาสนะหรือศาสนาสถาน
  4. เพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์
  5. ไม่ดำเนินการเกี่ยวกับการเมือง

ปฏิทินกิจกรรมของพระสิงห์มูลนิธิ



สถิติการเข้าชมเว็บไซต์
ขณะนี้1คน
วันนี้35ครั้ง
เมื่อวานนี้78ครั้ง
เดือนนี้1,182ครั้ง
ทั้งหมด93,875ครั้ง

ตราสาร (ข้อบังคับ)พระสิงห์มูลนิธิ

ตราสาร(ข้อบังคับ)
มูลนิธิ "พระสิงห์มูลนิธิ"

หมวดที่ ๑ ชื่อและสำนักงานที่ตั้ง

ข้อ ๑ มูลนิธิ ให้ชื่อว่า "พระสิงห์มูลนิธิ" ชื่อย่อ ว่า "พ.ส.ม." เรียกเป็นภาษาอังกฤษ ว่า "PRASINGHA FOUNDATION"  ย่อ ว่า "P.S.F."

ข้อ ๒ เครื่องหมายของมูลนิธิ คือ วงกลมล้อมรอบพระพุทธสิหิงค์ มีสิงห์ลายเส้นเป็นฉากหลัง ขอบบนมีชื่อ "พระสิงห์มูลนิธิ" ขอบริมกลางทั้งสองด้านเป็นอักษร "ช" อยู่ด้านซ้าย อักษร "ม" อยู่ด้านขวา ส่วนขอบล่างมี  "ใบอนุญาตเลขที่ ต. ๒๔๐ / ๒๔๘๙"

ข้อ ๓ สำนักงานของมูลนิธิตั้งอยู่ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เลขที่ ๒ ถนน สามล้าน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปรษณีย์ ๕๐๒๐๐ โทร. 053 814 933 โทรสาร 053 814 934

หมวดที่ ๒ วัตถุประสงค์

ข้อ ๔ วัตถุประสงค์ของมูลนิธิ มีดังนี้ คือ
      ๔.๑ เพื่อบำรุงการศาสนศึกษาของวัดพระสิงห์
      ๔.๒ เพื่อเป็นค่าภัตตาหารพระภิกษุสามเณรในวัดพระสิงห์
      ๔.๓ เพื่อบูรณะก่อสร้างเสนาสนะหรือศาสนสถานในวัดพระสิงห์
      ๔.๔เพื่อการกุศลและสาธารณประโยชน์
      ๔.๕ ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด

หมวดที่ ๓ ทุนทรัพย์ ทรัพย์สิน และการได้มาซึ่งทรัพย์สิน


ข้อ ๕ ทรัพย์สินของมูลนิธิ มีทุนเริ่มแรก คือ
      ก. จำนวนเงินสด ๒๔๙,๑๔๘.๑๐ บาท (สองแสนสี่หมื่นเก้าพันหนึ่งร้อยสี่สิบแปดบาทสิบสะตางค์)
      ข. จำนวนที่ดิน ๑ แปลง ระวาง ๔๘๔๖ IV ๐๔๗๘ โฉนดเลขที่ ๗๘ เลขที่ดิน ๒๙๕ เล่มที่ ๑ข หน้า ๗๘ ตำบล สันพระเนตร์ อำเภอ สันทราย จังหวัด เชียงใหม่ จำนวน ๒๐ ไร่ ๑ งาน ๘๕ วา คิดเป็นราคา ประมาณ ๘,๑๘๕,๐๐๐.๐๐ บาท(แปดล้านหนึ่งแสนแปดหมื่นห้าพันบาทถ้วน)

ข้อ ๖ มูลนิธิอาจได้มาซึ่งทรัพย์สิน โดยวิธี ดังต่อไปนี้
      ก. เงินจากผู้มีจิตศรัทธาบริจาคให้ต่าง ๆ
      ข. ทรัพย์สินซึ่งมีผู้ยกให้โดยพินัยกรรม หรือ นิติกรรมอื่นๆ โดยมิได้มีเงื่อนไขผูกพันให้มูลนิต้องรับผิดชอบในหนี้สินแต่ประการใด
      ค. ดอกผลอันเกิดจากทรัพย์สิน อันเป็นทุนของมูลนิธิ
      ง. การจัดกิจกรรมของมูลนิธิเพื่อระดมทุนตามความเหมาะสม

ข้อ ๗. ทรัพย์สินและกิจการต่าง ๆของมูลนิธิ อยู่ในความรับผิดชอบของ คณะกรรมการดำเนินงาน ซึ่งปฏิบัติตาม หน้าที่ โดยไม่ขัดแย้งกับตราสารหรือข้อบังคับฉบับนี้

ข้อ ๘. ในการทำนิติกรรมใด ๆ ของมูลนิธิ หรือการลงลายมือชื่อในเอกสาร ข้อบังคับและสรรพหนังสือ อันเป็น หลักฐานของมูลนิธิ การอรรถคดี ประธานหรือรองประธานผู้ทำการแทน เป็นผู้ลงลายมือชื่อแต่เพียงผู้เดียวก็ถือว่าเป็นอันใช้ได้

หมวดที่ ๔ คุณสมบัติและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ
ข้อ ๙. กรรมการของมูลนิธิ ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
      ๙.๑ มีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๐ ปี บริบูรณ์
      ๙.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
      ๙.๓ ไม่เป็นผู้เคยต้องคำพิภากษาให้จำคุก เว้นแต่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
      ๙.๔ เป็นที่นับถือและเชื่อถือของภิกษุสามเณรและศรัทธาวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร
      ๙.๕ เป็นผู้มี ศีลธรรม อันดีงาม

ข้อ ๑๐. กรรมการของมูลนิธิ พ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
      ๑๐.๑ ถึงคราวออกตามวาระ
      ๑๐.๒ ตาย หรือ ลาออก
      ๑๐.๓ ขาดคุณสมบัติ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙
      ๑๐.๔ เป็นผู้มีความประพฤติและปฏิบัติตนเป็นที่เสื่อมเสีย และที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ ให้ออก โดยมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของที่ประชุมคณะกรรมการ

หมวดที่ ๕ การดำเนินงานของคณะกรรมการ
ข้อ ๑๑. คณะกรรมการมูลนิธิประกอบด้วย คณะกรรมการดำเนินงาน และ กรรมการที่ปรึกษา

ข้อ ๑๒. คณะกรรมการดำเนินงานมูลนิธิ มีจำนวนไม่น้อยกว่า ๗ คน แต่ไม่เกิน ๑๑ คน

ข้อ ๑๓. คณะกรรมการดำเนินงานมูลนิธิ ประกอบด้วย ประธาน รองประธาน เลขานุการ เหรัญญิก และ ตำแหน่งอื่นๆ ตามที่เห็นสมควร ให้อยู่ในตำแหน่งคราวละ ๔ ปี ประธานดำเนินงานมูลนิธิ เป็นประธานกรรมการโดย ตำแหน่ง ในกรณีตำแหน่งกรรมการดำเนินงานว่างลง ให้คณะกรรมการดำเนินงานที่เหลืออยู่ แต่งตั้งบุคคลอื่น เป็นกรรมการดำเนินงานมูลนิธิแทนตำแหน่งที่ว่าง กรรมการดำเนินงานผู้ได้รับแต่งตั้งซ่อม อยู่ในตำแหน่ง เท่าวาระของผู้ที่ตนแทน

ข้อ ๑๔. คณะกรรมการดำเนินงานตามข้อ ๑๓ ในข้อบังคับนี้ เพื่อให้กิจการของมูลนิธิดำเนินไปต่อเนื่องกัน ในวาระเริ่ม แรก คณะกรรมการดำเนินงานที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการ จำนวน ๑ ใน ๒ จะต้องออกจากตำแหน่งโดยการจับฉลาก เมื่อกรรมการดำเนินงานชุดแรกได้ทำหน้าที่ครบ ๒ ปีแล้ว แต่กรรมการที่ออก อาจได้รับเลือกเข้าเป็นกรรมการดำเนินงานมูลนิธิได้อีก

ข้อ ๑๕. วิธีเลือกตั้งกรรมการดำเนินงานมูลนิธิ ให้ปฏิบัติดังนี้ ให้กรรมการดำเนินงานมูลนิธิชุดที่ดำรงตำแหน่งอยู่ เลือกตั้งรองประธานกรรมการดำเนินงานมูลนิธิ และกรรมการอื่นๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรในข้อบังคับ

หมวดที่ ๖ อำนาจหน้าที่คณะกรรมการดำเนินงานมูลนิธิ

ข้อ. ๑๖ คณะกรรมการดำเนินงานมูลนิธิ มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินกิจการของมูลนิธิ ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ ภายใต้ข้อบังคับนี้ และให้มีอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ ต่อไปนี้
      ๑๖.๑ ควบคุมการเงินและทรัพย์สินต่าง ๆ ของมูลนิธิ
      ๑๖.๒ เสนอรายงานกิจการ รายงานการเงิน และบัญชีงบดุล รายได้ รายจ่าย ตามระเบียบของทางราชการ
      ๑๖.๓ ดำเนินการให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินงานมูลนิธิและวัตถุประสงค์ของข้อบังคับ
      ๑๖.๔ เชิญผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมกรรกิติมศักดิ์ หรือ กรรมการที่ปรึกษา ของคณะกรรมการดำเนินงาน
      ๑๖.๕ แต่งตั้ง หรือ ถอดถอนคณะอนุกรรมการ เพื่อดำเนินการเฉพาะอย่างของมูลนิธิ ภายใต้การควบคุม ของ คณะกรรมการมูลนิธิ

ข้อ ๑๗. ประธานกรรมการดำเนินงานมูลนิธิมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
      ๑๗.๑ เป็นประธานของการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ ๑๗.๒ สั่งเรียกประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ
      ๑๗.๓ เป็นผู้แทนของมูลนิธิในการติดต่อกับบุคคลภายนอก และในการทำนิติกรรมต่างๆของมูลนิธิ
      ๑๗.๔ ปฏิบัติการอื่น ๆ ตามข้อบังคับและมติของคณะกรรมการมูลนิธิ

ข้อ ๑๘. รองประธานกรรมการดำเนินงานมูลนิธิ มีหน้าที่ทำการแทนประธานกรรมการมูลนิธิ เมื่อประธานกรรมการ มูลนิธิไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือในกรณีที่ประธานกรรมการมูลนิธิมอบหมายให้ทำการแทน

ข้อ ๑๙. ถ้าประธานกรรมการดำเนินงานมูลนิธิและรองประธานไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการ ประชุมคราวหนึ่ง คราวใด ให้ที่ประชุมเลือกตั้งกรรมการมูลนิธิคนใดคนหนึ่งเป็นประธานการประชุมคราว นั้น

ข้อ ๒๐. เลขานุการมูลนิธิ มีหน้าที่ปฎิบัติงานประจำของมูลนิธิ และติดต่อประสานงานทั่วไป เก็บ รักษาระเบียบข้อบังคับ คำสั่ง รายงานกิจการต่าง ๆตลอดจนบัญชีพัสดุ ทะเบียนครุภัณฑ์ และทรัพย์สิน ต่าง ๆ ของมูลนิธิ นัดประชุมกรรมการตามคำสั่งของประธานกรรมการมูลนิธิ ทำรายงานการประชุมและรายงานกิจการของมูลนิธิ

ข้อ ๒๑. เหรัญญิก มีหน้าที่ ปฏิบัติงานการเงิน ทรัพย์สินของมูลนิธิ ตลอดจนบัญชีและเอกสารที่กี่ยวข้องให้ถูกต้อง และ เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการมูลนิธิกำหนด

ข้อ ๒๒. กรรมการตำแหน่งอื่น ๆ ของมูลนิธิมีสิทธิ์เข้าร่วมประชุมกรรมการดำเนินงานมูลนิธิ หรืออนุกรรมการอื่น ๆ และมีอำนาจหน้าที่ตามที่คณะกรรมการดำเนินงานมูลนิธิมอบหมาย โดยทำเป็นคำสั่งระบุอำนาจหน้าที่ให้ ชัดเจน

หมวดที่ ๗ อนุกรรมการพระสิงห์มูลนิธิ


ข้อ ๒๓. คณะกรรมการดำเนินงานมูลนิธิ อาจแต่งตั้งหรือถอดถอนอนุกรรมการได้ตามความเหมาะสม โดยจะแต่งตั้ง เป็นอนุกรรมการประจำ หรือเพื่อการใดเป็นกรณีพิเศษเฉพาะคราวใดก็ได้

ข้อ ๒๔. การอยู่ในตำแหน่งของอนุกรรมการ ถ้ามิได้กำหนดไว้ ก็ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระของคณะกรรมการมูลนิธิซึ่งเป็นผู้แต่ง ตั้ง และอนุกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกก็ได้
      ๒๔.๑ อนุกรรมการมีหน้าที่ดำเนินการตามที่คณะกรรมการมูลนิธิมอบหมาย
      ๒๔.๒ อนุกรรมการมีหน้าที่เสนอความคิดเห็นต่อคณะกรรมการดำเนินงานฯเกี่ยวกับงานที่ได้รับมอบหมาย

หมวดที่ ๘ การประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ

ข้อ ๒๕. คณะกรรมการมูลนิธิจะต้องจัดให้มีการประชุมสามัญประจำปีภายในเดือนมกราคม และต้องมีกรรมการมูลนิธิเข้าประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้ง หมดจึงจะครบเป็นองค์ประชุม เพื่อพิจารณากิจการ ต่อไปนี้
      ๒๕.๑ พิจารณารายงานเกี่ยวกับกิจการ ที่ล่วงมาแล้ว
      ๒๕.๒ พิจารณาบัญชีงบดุล
      ๒๕.๓ คัดเลือกผู้ตรวจสอบบัญชี
      ๒๕.๔ ปรึกษากิจการอื่นๆ ของมูลนิธิ

ข้อ ๒๖. การประชุมวิสามัญอาจมีขึ้นได้หากประธานกรรมการมูลนิธิเห็นสมควร หรือกรรมการมูลนิธิไม่น้อยกว่า ๒ คน ร้องขอต่อประธานมูลนิธิ หรือผู้ทำการแทน

ข้อ ๒๗. ในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ มติที่ประชุมให้ถือเอาเสียงข้างมาก ในกรณีที่มีเสียงเท่ากัน ให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

หมวดที่ ๙ การเงิน

ข้อ ๒๘. ประธานกรรมการมูลนิธิหรือรองประธานกรรมการมูลนิธิ ในกรณีทำการแทน มีอำนาจสั่งจ่ายเงินได้คราวละ ไม่เกิน ๕๐๐๐ บาท ( ห้าพันบาท )

ข้อ ๒๙. เหรัญญิก มีอำนาจรักษาเงินสดได้ ครั้งละ ไม่เกิน ๕๐๐๐ บาท ( ห้าพันบาท )

ข้อ ๓๐. เงินสดของมูลนิธิหรือเอกสารสิทธิ์ต้องนำฝากไว้กับธนาคาร หรือสถาบันการเงินอื่นใดที่รัฐบาลให้การ รับประกัน แล้วแต่คณะกรรมการดำเนินงานมูลนิธิจะเห็นสมควร

ข้อ ๓๑. การสั่งจ่ายเงิน โดย เช็ค หรือ ตั๋วเงิน จะต้องมีลายมือชื่อของประธานกรรมการหรือผู้ทำการแทนลงชื่อร่วมกับ เหรัญญิกหรือเลขานุการของมูลนิธิจึงจะเบิกจ่ายได้

ข้อ ๓๒. การรับเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดที่มีผู้บริจาคให้กับมูลนิธิ หรือได้มาโดยวิธีอื่น ให้เหรัญญิกออกใบเสร็จรับเงิน หรือใบรับสิ่งของ หรือใบอนุโมทนาบัตรไว้เป็นหลักฐาน แล้วลงบัญชีเงินหรือบัญชีทรัพย์สินไว้ ใบรับเงิน หรือใบรับสิ่งของหรือใบอนุโมทนาบัตรจะต้องมีลายมือชื่อ ประธานพระสิงห์มูลนิธิ หรือ เจ้าอาวาสวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร และ เหรัญญิก ด้วยทุกครั้ง

ข้อ ๓๓. ในการใช้จ่ายเงินของมูลนิธิ ให้จ่ายเพียงดอกผลอันเกิดจากทรัพย์สินที่เป็นทุนของมูลนิธิเท่านั้น การใช้จ่าย เงินของมูลนิธิ จะทำเป็นงบประมาณประจำก็ได้

ข้อ ๓๔. ผู้ตรวจสอบบัญชีของมูลนิธิ ต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิ

ข้อ ๓๕. ผู้ตรวจสอบบัญชี มีหน้าที่ตรวจสอบบัญชีของมูลนิธิ และรับรองบัญชีงบดุลประจำปีที่คณะกรรมการ ดำเนินงานมูลนิธิจะต้องรายงานต่อทางราชการ ผู้ตรวจสอบบัญชีมีสิทธิ์ตรวจสอบบัญชีและเอกสารที่ เกี่ยวข้อง ตลอดจนสอบถามกรรมการมูลนิธิและเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิในเรื่องใดๆที่เกี่ยว ข้องกับการเงิน การบัญชี และเอกสารดังกล่าวได้

หมวดที่ ๑๐ การแก้ไขเพิ่มเติม ข้อบังคับ

ข้อ ๓๖. การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ กระทำได้โดยเฉพาะที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ ซึ่งต้องมีกรรมการมูลนิธิเข้า ประชุมไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของจำนวนกรรมการทั้งหมด และมติแก้ไขเพิ่มเติม ข้อบังคับ ประกอบด้วย คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของจำนวนกรรมการที่เข้าประชุม

หมวดที่ ๑๑ การเลิกกิจการมูลนิธิ

ข้อ ๓๗. ถ้ามูลนิธิต้องเลิกล้มไปด้วยเหตุผลใดก็ตาม ทรัพย์สินทั้งหมดของมูลนิธิที่เหลืออยู่ ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จังหวัดเชียงใหม่

ข้อ ๓๘. การสิ้นสุดของมูลนิธินั้น นอกจากที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว ให้มูลนิธิเป็นอันสิ้นสุดลงโดยมิต้องให้ศาลสั่งเลิก ด้วยเหตุผลต่อไปนี้
      ๓๘. ๑ เมื่อมูลนิธิไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ 

      ๓๘.๒  เมื่อคณะกรรมการมูลนิธิ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้เลิกกิจการมูลนิธิ 
       
หมวดที่ ๑๒ เบ็ดเตล็ด

ข้อ ๓๙. การตีความในข้อบังคับของมูลนิธิหากเป็นที่สงสัย ให้คณะกรรมการมูลนิธิโดยเสียงข้างมากของจำนวน กรรมการที่มีอยู่เป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ ๔๐. ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมูลนิธิมาใช้บังคับเมื่อข้อบังคับของมูลนิธิมิได้ บังคับไว้

ข้อ ๔๑. มูลนิธิจะต้องไม่กระทำการค้ากำไร และจะต้องไม่ดำเนินการนอกเหนือไปจากข้อบังคับกำหนดไว้

                                                      ลงนาม                                     ผู้จัดทำข้อบังคับ
                                                                        ( พระราชสิงหวรมุนี )  
                                                            ประธานคณะกรรมการพระสิงห์มูลนิธิ
                                                                    วันที่ .๔..มิถุนายน  ๒๕๕๖ 


      ลงชื่อ ผู้พิมพ์ตราสาร


      (นาย ปรีชา นัยโพธิ์)
   เลขานุการพระสิงห์มูลนิธิ



© พระสิงห์มูลนิธิ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ถ.สามล้าน ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200
โทร.081-8838752, 087-1755739, 053-416019 โทรสาร. 053-814383, 053-416027